เทรนด์การตลาดออนไลน์ปี 2026 มีอะไรบ้าง ต้องปรับตัวยังไง?
ปี 2026 ต้องปรับ 3 ด้าน
1. โฆษณา ใช้ AI-First Advertising + ป้อน Signal ที่ดี
2. คอนเทนต์ – เลิกแปะลิงก์ใน Caption + โฟกัสปั้น IG/Youtube + ทำ SEO ทุกแพลตฟอร์ม
3. Mindset – มนุษย์วางกลยุทธ์ AI ลงมือทำ ความเป็นมนุษย์คือข้อได้เปรียบสุดท้าย
4. คนเกลียด AI และคนเกลียดโฆษณา คอนเทนต์ต้องไม่เหมือน AI และโฆษณาต้องไม่เหมือนโฆษณา
เทรนด์การตลาดออนไลน์ปี 2026 จะมีหน้าตายังไง ปรับตัวแบบไหน มาฟังบทวิเคราะห์จาก Leademption กัน
แน่นอนว่า AI ช่วยเพิ่ม Productivity และ Leverage เราแบบไม่เคยมีสิ่งไหนทำได้มาก่อน
แต่เราใช้มันแบบ ‘ไม่มีหลักเกณฑ์’ งานเรามันจะเป็นได้แค่งาน ‘ดาด ๆ’
ถ้าเราต้องการสิ่งใหม่จริง ๆ ‘มนุษย์คือผู้วางกลยุทธ์’ และ ‘AI คือผู้ลงมือทำ’
เราต้องมอบโจทย์ที่ฉลาดพอ และกรองข้อมูลได้อย่างมีชั้นเชิง…
แน่นอนว่าการกรองข้อมูลได้อย่างมีชั้นเชิง คุณต้องมีความรู้บ้าง
AI มันประเมินทุกอย่างจากข้อมูลที่มันมีในปัจจุบัน
ดังนั้น อะไรที่สร้างสรรค์มาก ๆ มันจะยังไม่มีความสามารถในส่วนนั้น
และนั้นแหละคือ ‘ข้อได้เปรียบของมนุษย์’
ด้านโฆษณา (Paid Media) ที่ต้องปรับตัว…
ปรับใช้ AI-First Advertising
เน้นการใช้แคมเปญแบบ Performance Max (PMax) และ Demand Gen
หน้าที่ของเราคือการส่งข้อมูล Creative(ภาพและวิดีโอโฆษณา) ที่หลากหลายและคุณภาพสูงให้ AI เรียนรู้
ถ้า Creative ไม่ดี, มีน้อย หรือ ไม่เคยเทสต์ทางแพลตฟอร์มอื่นมาก่อนเลย = ผลลัพธ์ก็ตัน ๆ วน ๆ แบบนั้นแหละ
การมอบ Signal(สัญญาณ)ที่ดีให้กับระบบโฆษณา
ปัจจัยของ Message เพื่อทำ Copywriting + Ads Creative is The FIRST แต่การให้ Signal ที่ดี คือองค์ประกอบของความสำเร็จ (ถ้าคุณจะใช้ระบบโฆษณาดันธุรกิจคุณต่ออะนะ)
เช่นบน Meta Ads
- การนับจำนวน Offline Conversion หน้าร้านว่าคนซื้อคือใคร ซื้อเท่าไหร่ แล้วส่ง API กลับมาที่ระบบโฆษณา เดี๋ยวนี้มันทำง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก Automation เริ่มแพร่หลาย คนรับจ้างต่อเยอะแยะ
- การใช้ Lead center ใน Messenger ของ Page ก็เช่นกัน เพื่อบอกให้ระบบรู้ว่าคนที่ติดต่อเข้ามา คนไหนที่เรียกว่า ‘คนคุณภาพ’ ถ้าคุณไม่ทำในส่วนนี้แล้วตะบี้ตะบันยิงแอดไปเรื่อย ก็เหมือน ‘ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ’ แหละ
เจ้าของธุรกิจที่มี Mindset แบบนี้ ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมด่วน จะโยนความรับผิดชอบด้านผลลัพธ์ทุกอย่างไปให้ ’เอเจนซี่’ หรือ ‘Media Buyer’(คนซื้อสื่อ) ไม่ได้
นอกจากปัจจัย Ads Creative ที่สำคัญแล้ว คุณต้องช่วยป้อนผลลัพธ์ที่ดีให้ระบบด้วย
ทั้ง 2 ปัจจัยที่กล่าวมา Offline Conversion ช่วยให้ระบบเรียนรู้และทำแคมเปญ Conversion ได้ดีขึ้น Lead center ทำให้แคมเปญ Message ทำงานได้ดีขึ้น
ถ้าอัลกอริทึ่มมันได้รับสัญญาณที่ดี มันจะแยกแยะว่า ‘อะไรใช่’ ‘อะไรไม่ใช่’ ออก และมันจะทำงานได้ดีขึ้น เราก็ปั้นยอดขายง่ายขึ้น
โฆษณา ที่ไม่เหมือนโฆษณา
คนเบื่อการโอ้อวดว่าตัวเองดีอย่างงั้นอย่างี้ แบบตรง ๆ ดื้อ ๆ
เท่ากับว่าหลังจากนี้…
การทำโฆษณาควรโฟกัสไปที่ ‘วิธีการแก้ปัญหา’
กลุ่มเป้าหมายจะได้รับการแก้ปัญหายังไง ให้ชีวิตเขาดีขึ้น
ต้องเริ่มจากสิ่งนี้ก่อน อวดตัวเองต้องค่อยมาทีหลัง ในจังหวะที่เหมาะสม
พฤติกรรมเปลี่ยน เราก็ต้องเปลี่ยนวิธีการนำเสนอตามไปด้วย
อย่าดื้อดึง…
ต้องใช้ฟีเจอร์ดึง “Keyword” เข้า “DM Inbox” มากขึ้น
เช่น ใน Caption ระบุ “พิมพ์ ‘สนใจ’ เพื่อรับรายละเอียดทาง Inbox” วิธีนี้จะช่วยเพิ่ม Reach มหาศาลเพราะ อัลกอริทึ่ม มองว่าโพสต์นี้มีคนสนใจเยอะ (ไม่แฟร์กับเรา ที่ไม่ใช่สายคอมเมนต์เลย 😆 ปีนี้ปรับตัวกันต่อ กำลังจะใช้ Manychat ดึงคอมเมนต์เข้า DM เลย ลองดูนะทุกคนน)
ด้านคอนเทนต์ (Own Media) ที่ต้องปรับตัว…
ห้ามแปะลิงก์ใน Caption
โดยเฉพาะ พวกโพสต์ Organic Content ต่าง ๆ (คอนเทนต์ที่เราโพสต์ทั่วไปปกติอะ) ทุกแพลตฟอร์มไม่อยากให้เราลาก ‘ลูกค้าของเขา’ ออกจากแพลตฟอร์ม
อย่าแปะลิงก์เข้าไปตรง ๆ ใน Caption ทั้งโพสต์ที่ลงทุกวัน และ โพสต์ในแคมเปญ Message ก็ด้วย (แต่แคมเปญ Conversion แปะได้นะ)
Instagram การเข้าถึงดีกว่า Tiktok
ต้องหัดทำ ‘วิดีโอ Storytelling’ กับ ‘POV ประเด็นที่สอดคล้องกับสังคม’ ทั้งนั้นเลย ไม่อยากให้โฟกัสสื่อแพลตฟอร์มไหนเป็นหลักแล้ว Storytelling ผมก็ทำไม่ค่อยเป็น แต่ต้องหัดทำต่อ กับ POV ทำมากไปก็เสียตัวตน
เราไม่รู้ว่าวันไหน จะบ้าบอ เล่นท่าไหนอีก แพลตฟอร์มพวกนี้มันทำหน้าที่ ‘กระจายข้อความเราอยู่แล้ว’ เราก็ใช้แม่งทุกอันนั้นแหละ
ถ้า Organic Reach ดีปัจจุบัน ผมให้คะแนนไปที่ Instagram, Youtube, Tiktok, Lemon8, Facebook มากไปหาน้อยตามลำดับ = สรุป Facebook น้อยสุด ‘T T ‘สาดเอ้ยยย’
รัก IG สุดหัวใจ <3
การถ่ายทอดสดผ่านไลฟ์ (Live)
การไลฟ์สด = ช่องทางที่เพิ่มความน่าเชื่อถือ ด้วยความที่ปัจจุบัน AI Content เยอะเกินไป ทำให้การไลฟ์สดนี้แหละ จะเป็น ‘เครื่องยืนยันถึงความเป็นมนุษย์’ นอกจากนั้น ยังสามารถเอาเนื้อหาในไลฟ์สด มาตัดต่อเป็นคลิปสั้นลง Reel และ Tiktok อีกรอบนึง
Live อันนี้ผมไม่ถนัดสุด ๆ ทุกคนคงรู้เนอะว่าผมเป็นคน ไม่ใช่ AI 5555 แรงงง…\
การทำคลิปสั้น (Short-form video, Reel)
ไม่ต้องมีทีมตัดต่อดี ๆ เนี๊ยบ อะไรขนาดนั้น คนเบื่อกับคอนเทนต์ AI คนต้องการความเป็นมนุษย์ อันนี้ผมเห็นด้วยมาก ๆ แน่นอนว่าการตัดต่อที่ทำให้เนื้อหาไม่น่าเบื่อ มีภาพประกอบให้ดูสนุก จะช่วยเพิ่มอัตราคนดูต่อเนื่องได้
แต่ “ถ้าคอนเทนต์ หรือ Hook มันไม่โดน” เหมือนหลาย ๆ คอนเทนต์ของผม
ที่มันเงียบเพราะ 2 ปัจจัยนี้ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการตัดต่อไม่ดีเลย…
(ยกเว้นเสียงภาพหน่วง นำเสนอเรื่องช้า อันนั้น สำคัญ…)
= พลังจาก Hook และ Content สำคัญกว่าความสวยงามมากนัก…
ทำ SEO ในทุกที่ ทุกแพลตฟอร์ม
การค้นหาไม่ได้อยู่แค่ใน Google
พฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยนไปเป็นการค้นหาในทุกที่ (Search Everywhere)
ไม่ว่าจะเป็น Instagram, TikTok, YouTube หรือแม้แต่ใน Browser และ AI อย่าง ChatGPT หรือ Perplexity
Google Map ก็ด้วยนะ พวกลืมทำกันประจำ ลูกค้าหนีไปหาคู่แข่งมันแล้ว ตาย ๆๆ
ปัจจัยที่จะทำให้การค้นหาบน AI Search แนะนำแบรนด์เรา
1. เขียนตอบ Intent (จุดประสงค์/เจตนา) มากกว่าโฟกัส Keyword
หมดยุค Keyword เข้าสู่ยุค Topic และ Intent..
AI ไม่ได้ให้รางวัลกับการวาง Keyword กระจายทั่ว ๆ เหมือน SEO สมัยก่อนอีกแล้ว
มันให้รางวัลกับ ‘Intent’ ว่าช่วยตอบคำถามที่มันเฉพาะเจาะจงได้หรือไม่ รวมทั้ง ความลึก คุณภาพ และเอกลักษณ์ของเนื้อหา…
2. ในโลกออนไลน์ มี Creator เจ้าอื่นพูดถึงเรา
Backlink แบบเก่า AI ไม่ให้คะแนน… AI มาให้คะแนนกับ สื่อออนไลน์ หรือ Creator ที่น่าเชื่อถือ
3. Listicles โชว์ความเชี่ยวชาญผ่านการทำลิสต์
เมื่อก่อนทำ SEO คีย์เวิร์ดแนวนี้มันจะเป็นพวก ‘10 อันดับ ร้านอาหารแถวนี้’
ปัจจุบันมันต้องเป็น ‘10 อันดับ ร้านอาหารสำหรับเด็กแถวนี้’ หรือ ‘10 อันดับ ร้านอาหารค่ำสำหรับครอบครัว”
เน้นลงรายละเอียดไปเลย เพื่อให้ AI มันดึงเนื้อหาไปตอบตรงกับบริบทนั้น ๆ
Update ที่น่าสนใจ
Open AI Ads (ChatGPT Ads)
OpenAI Ads ยังอยู่ในขั้นตอน Beta แบบ invite-only สำหรับ iOS โดยมีหลักฐานหลุดจากโพสต์บน Facebook แสดงการเปิดตัวเบื้องต้น.
ยังไม่มีประกาศวันที่เปิดตัวเต็มรูปแบบ แต่ OpenAI กำลังรับสมัครทีมพัฒนาโครงสร้างโฆษณาตั้งแต่กันยายน 2025
ไม่รู้จะ Launch ตอนไหน แต่ศึกษาปัจจัย แล้วปรับเว็บไซต์รอเลยน่าจะดีกว่า
คนไม่ได้ชอบคอนเทนต์ AI
ผมมองต่างจากคนที่เชียร์ให้ทำ Content ผ่าน AI แบบสุดหัวใจ
เอาจริง ผมว่าคนส่วนใหญ่ดูออกว่าคือ AI มันยังไม่ ‘Touch ใจ’
ปัจจุบันเนื้อหาที่โดน จะเป็นเนื้อหาเน้นอารมณ์ จริงใจ
ผู้คนอยากเป็นส่วนนึงของ community ในโลกจริง (in-person)
ผู้คนก็อยากเป็นส่วนนึงกับคนนั้นแหละ คงไม่มีใครอยากเป็นส่วนนึงของหุ่นยนต์หรอก จริงไหม?
สรุป
ปี 2026 นี้ ธุรกิจที่จะอยู่รอดได้ต้องเข้าใจว่า AI ไม่ใช่ทางลัด แต่เป็นเครื่องมือขยายความสามารถ
สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วน
- ปรับโฆษณา → ใช้ PMax, Demand Gen พร้อมป้อน Signal ที่ดีให้ระบบ (Offline Conversion, Lead Center)
- ปรับคอนเทนต์ → เลิกแปะลิงก์ใน Caption, โฟกัส IG + Youtube, ทำ SEO ทุกแพลตฟอร์ม
- ปรับ Mindset → มนุษย์วางกลยุทธ์, AI ลงมือทำ ห้ามโยนความรับผิดชอบทั้งหมดให้เอเจนซี่ เราต้องมีความรู้ด้วย เค้าพูดอะไรมาเราเข้าใจ เราบรีฟได้ ฟังคำแนะนำเข้าใจและเสนอแนะกลับได้
แล้วที่สำคัญที่สุด… ความเป็นมนุษย์คือข้อได้เปรียบสุดท้าย
คนเบื่อ AI Content แล้ว คนต้องการความจริงใจ ต้องการ community ต้องการคน ถ้าคุณยังสร้างคอนเทนต์ด้วยหัวใจ ยังพูดคุยกับลูกค้าด้วยความจริงใจ คุณจะชนะในยุคนี้แน่นอน
อย่าลืมว่า AI มันแค่เครื่องมือ แต่ ‘คุณ’ คือคนที่ทำให้แบรนด์มีชีวิต
ไอ้พวกที่กล่าว ๆ มาไม่ว่าจะเทรนด์ใหม่ วิธีปรับตัวอะไรก็แล้วแต่…
มันก็แค่ฟีเจอร์ อันนึงที่อัปเดตมา ไม่ต้องไปตื่นเต้นอะไร ไปกลัวอะไรกลับมันมากนัก
“ได้ยินอัปเดตไรมา เราก็เอาไปเทส ว่ามันเข้ากับธุรกิจเราไหม เทสต์ดีแล้ว ไม่เข้ากัน ไม่ Leverage ก็เลิกใช้…”
แล้วก็ส่วนสำคัญจริง ๆ นะ…
ที่จะทำให้ธุรกิจเราสำเร็จ ผ่านพ้นสิ่งต่าง ๆ ไปได้
มันไม่น่าใช่พวกวิ่งตามเทรนด์ทันอะไรหรอก…
- Product & Position สินค้าและจุดยืนของแบรนด์ (มันจะทำอะไรภายหลังรอด ก็เพราะตรงนี้มันทำการบ้านมาดีแล้วนี้แหละ)
- สกิลการเขียนและการผลิตคอนเทนต์
- การใช้เครื่องมือได้ตามความเหมาะสม เพื่อพัฒนาธุรกิจ เพิ่ม Leverage
- การเรียนรู้ตามความเหมาะสม เพื่อใช้พัฒนาธุรกิจและแก้ปัญหาต่าง ๆ
(ถ้าคุณทำสิ่งเหล่านี้ ยังไงคุณก็รู้เทรนด์ก่อนคนส่วนใหญ่อยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลมาก ถึงแม้ไม่ทันระลอกแรก ระลอกสอง ก็ไม่เป็นไรเลย สบายมาก..)
ผมมองว่า 4 ปัจจัยนี้คือ Core หลักเลย ถ้าทำสิ่งเหล่านี้ได้ดี โอกาสสำเร็จไปเกินครึ่งแล้ว…
พูดคุยได้ที่ LINE ได้: @Leademption
อ้างอิง:
https://www.youtube.com/watch?v=eUH9rADF1EM&list=TLGGPzdsQcuJGl0wMzAxMjAyNg
https://www.youtube.com/watch?v=hXPALnu3Y6I



